พระอาจารย์
16/4 (570815D)
(แทร็กชุดต่อเนื่อง)
15 สิงหาคม 2557
พระอาจารย์ – เพียรละ เพียรถอน ...เมื่อเข้าไปแล้วก็ถอน เมื่อยังไม่เข้าก็ละ...ความอยากเข้าไปมี เข้าไปเป็นกับมัน
เพียรละ เพียรถอนอยู่เช่นนี้ ...แล้วมาเกาะกุม
เกาะกอด ยึดเหนี่ยว ถือรั้งอยู่บนศีลสมาธิปัญญา...คือกายใจปัจจุบัน
มันจะผิดไปจากคนอื่นเขาปฏิบัติ
มันจะผิดไปจากคำสอนคนอื่นเขาสอน มันจะผิดไปจากตำราที่เราเคยอ่านผ่านหูผ่านตา เหล่านี้ อย่าไปเชื่อ อย่าไปฟังมาก
ให้มั่นใจลงไปอย่างนี้
ให้มีศรัทธาต่อศีลสมาธิปัญญาอย่างนี้...เนืองๆ ...ความเข้มข้นในศีลสมาธิปัญญาภายในของตัวเจ้าของผู้ปฏิบัตินั้น
มันจะปรากฏชัดเจนขึ้นมา...กระจ่างแก่ใจผู้ปฏิบัตินั้นเอง
กระจ่างในศีล กระจ่างในสมาธิ
กระจ่างในปัญญา ...ไม่ใช่กระจ่างแค่ความคิดและความเห็น หรือสัญญาความจำ
...แต่มันจะประจักษ์แจ้งแก่ใจผู้ปฏิบัติที่ตรงต่อศีลสมาธิปัญญาอยู่เนืองๆ
เพราะนั้นผู้ที่ดำรงศีลสมาธิปัญญาอยู่เนืองๆ
นี่ ยืนพื้นเลย ...จิตจะว่าง ว่างเปล่าเลย อารมณ์ที่มาจากจิตก็ไม่มี สุขก็น้อยลง
ทุกข์ก็น้อยลง อดีตก็สั้น อนาคตก็สั้น
ทุกอย่างน้อยลงหมดเลย
น้อยจนรู้สึกว่าบางครั้งนี่ไม่เหลืออะไรเลย ยังคงแค่กายกับใจเท่านั้นที่เหลืออยู่ ...ซึ่งเหลืออยู่ในลักษณะที่เรียกว่า...อฐานะ คือไม่มีฐานะใดๆ ในตัวมันเลย...ทั้งสองฐานะ
ฐานะแห่งกายและฐานะแห่งใจ
ไม่มีฐานะใดในตัวมันเลย ...นั่นมันไม่เหลือแม้แต่ฐานะของมันเอง เป็นอฐานะในรูปและนาม
ในชื่อและเสียง ในความหมาย ในความมีความเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง
ถึงจุดนั้น ถึงเวลานั้น
จะรู้สึกอย่างดีด้วยตัวเองว่า มันสบายอย่างยิ่ง เหมือนมันไร้พันธนาการใดๆ มาผูกมัด
...นี่แค่ได้ชั่วคราวชั่วขณะหนึ่งก็อิ่มเอมเปรมปรีด์ปราโมทย์แล้ว
แต่เดี๋ยวมันก็คืนเดิม
กิเลสก็คืนเดิม ...ตราบใดที่ยังไม่หมดสิ้นซึ่งกิเลสแล้ว มันตรวจสอบได้ด้วยศีลสมาธิปัญญาแห่งตัวเองน่ะ
เดี๋ยวกิเลสมันก็คืนมา ...แค่ดูเหมือนมันหายไป
ไม่หายไปไหนหรอก อยู่ที่เดิมนั่นแหละ ...ก็เอาศีลสมาธิปัญญามาปัดเป่ากิเลสที่มันจะค่อยฟื้นขึ้นมา
ทับถมขึ้นมาใหม่...ในกายในขันธ์ ในจิต ในรูป ในนาม ในเสียง ในกลิ่น โผฏฐัพพะ
ธัมมารมณ์
ความบริสุทธิ์ผ่องใสแห่งกายแห่งใจก็จะปรากฏขึ้นมาอีก...สำหรับผู้ที่ไม่ทอดธุระ ไม่ทอดทิ้งความพากเพียรในศีลสมาธิปัญญา
ธรรมจึงบังเกิด...สำหรับผู้ที่ไม่ทอดธุระในศีลสมาธิปัญญาเท่านั้น ...แต่ธรรมนี้จะไม่บังเกิดเลย กับผู้ที่ทอดธุระ หรือไม่รู้จักศีลสมาธิปัญญา
นี่ ธรรมของพระพุทธเจ้า
คำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นธรรมที่ตรงไปตรงมา ท่านสอนแบบตรงไปตรงมาตามเหตุตามปัจจัย
ตามเหตุและผล ...เหตุอย่างไร ผลเช่นนั้น
จึงเรียกว่าพระพุทธเจ้านี่เป็นศาสดาเอก
จึงเรียกว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาเอก ไม่มีศาสนาใดมาเทียบมาเทียมได้
เพราะพระพุทธเจ้าเป็นศาสดาเอก เป็นบุรุษเอก...มีหนึ่งเดียวในสามโลกธาตุ
ถ้าไม่เชื่อท่าน ถ้าไม่ทำตามท่าน
จะไปทำตามอะไรที่ไหนดี ...เพราะท่านเป็นบุรุษเอก...เอกบุรุษผู้เลิศในสามภพ
อย่าไปเชื่อกิเลสคำกล่าวอ้างแห่ง “เรา”
ที่จะมาคอยบิดเบือนในศีลสมาธิปัญญา ว่าวิธีการปฏิบัติในองค์มรรค ว่าอย่างนั้นอย่างนี้
จะเร็วกว่า จะถูกกว่า จะใช่กว่า จะดีกว่า ...อย่าไปฟัง
กายอยู่ไหน
ปัจจุบันกายที่ไหน...ศีลอยู่ที่นั่น ...รู้เห็นกับกายตรงไหน
ตรงที่รู้ที่เห็นกับกายนั่นน่ะ ตรงที่รู้ ตรงที่เห็นอยู่จำเพาะกายนั่นน่ะ
สมาธิก็อยู่ที่นั่น ...ไม่ได้อยู่ที่อารมณ์ แต่อยู่ที่รู้
เมื่อรู้เสมอต่อเนื่องกับกายที่มันตั้งอยู่เสมอ...ต่อเนื่อง แล้วมันเห็นทั้งสองอาการ แล้วมันเห็นระหว่างสองอาการนั้น
มีอะไรปรากฏขึ้น ...นั่นน่ะ ก็เรียกว่าปัญญาอยู่ที่นั่น
ถ้าเชื่อมั่นในหลักคำสอนนี้
ไม่ต้องถามหามรรคผลนิพพานที่อื่นเลย ...เพราะอะไร ...เพราะมรรคผลและนิพพานก็อยู่ที่นั่นแหละ
อยู่ที่ศีลสมาธิปัญญาบังเกิดอยู่ตรงนั้นแหละ
พระพุทธเจ้าท่านเอาความจริงมาสอน
พระพุทธเจ้าท่านวางวิถีแห่งการเข้าถึงความเป็นจริง และดำรงอยู่บนวิถีแห่งความเป็นจริง เพื่ออยู่กับความเป็นจริงโดยตลอด มาบอก
นิพพานมันจะหนีไปไหน
ความเป็นจริงสูงสุดมันจะไปหลบอยู่ที่ไหน ความเข้าถึงความเป็นจริง
ที่สุดของความเป็นจริง ...มันจะไปเข้าถึงตอนไหนเล่า ถ้าไม่ใช่ตอนที่อยู่ในมรรคนี้
จะเผลอ จะเพลิน จะหลง จะลืม ...สุดท้ายก็ต้องมาจบลงที่ศีลสมาธิปัญญาอย่างนี้ที่เดียว ...ไม่มีทางที่จะต้องไปจบที่อื่น
หรือไปหาจุดจบที่อื่นเลย
ต้องมาจบที่ศีลสมาธิปัญญาอย่างที่เราบอก ...เรื่องมันจึงจบ อารมณ์มันจึงจบ
กิเลสมันจึงจบ ความอยาก-ความไม่อยากมันจึงจบ
ชรา พยาธิ มรณะ โสกะ ปริเทวะ อุปายาส...จึงจบ ภพและชาติมันจึงจบ
อุปาทานตัณหาจึงจบ เวทนาจึงจบ
ผัสสะจึงจบ สฬายตนะจึงจบ สังขารจึงจบ อวิชชาจึงจบ ...ไม่ไปจบที่อื่นเลย
ดับลงในที่เดียวเลย สยบยอมแทบเบื้องบาทแห่งศีลสมาธิปัญญานี้เท่านั้น
กิเลสมันจึงจะยอม
ความปรุงแต่งมันจึงจะหยุด จิตที่มันออกไปสร้างโลกสร้างธรรมนานัปการ
นับไม่ถ้วนจึงจะจบ ...แล้วจึงจะจบแบบที่เรียกว่าโดยสิ้นเชิง
(ต่อแทร็ก 16/5)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น