วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559

แทร็ก 16/27 (2)


พระอาจารย์
16/27 (571001C)
(แทร็กชุดต่อเนื่อง)
1 ตุลาคม 2557
(ช่วง 2)


(หมายเหตุ  :  ต่อจากแทร็ก 16/27  ช่วง 1

โยม  –   เมื่อเช้าถวายอาหารแล้วกะจะกลับไปเลยอาจารย์ สองคนเขาบอกว่า ไหนๆ ก็มาแล้ว ฟังธรรมหน่อย  ผมก็ไม่ค่อยกล้าเข้ามาเท่าไหร่ครับ ก็รู้ตัวเองอยู่แล้ว

พระอาจารย์ –  ปฏิบัติไปเรื่อยๆ น่ะ มันสามารถประเมินตัวเองได้ แล้วมันสามารถรู้เลยว่า จะแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเองอย่างไร มันต่ำทางศีล ต่ำทางสติ ต่ำทางสมาธิแค่ไหน และมันจะต้องเข้มงวดในส่วนไหนมากกว่าส่วนไหน


โยม –  มันก็พอเห็นทางครับอาจารย์ แต่ความขี้เกียจมันมากเกินไป ความประมาทพวกนี้ อะไรในแง่นี้ มันก็ลำบากใจ ก็เป็นอย่างนี้ครับ ก็พยายามอยู่

พระอาจารย์ –  ค่อยเป็นไป อย่าทิ้งเจตนารมณ์แค่นั้นเอง ไอ้ตัวเจตนารมณ์นี่ อีกภาษาหนึ่งเขาเรียกว่าสัจจาธิษฐานนั่นเอง


โยม –  แสดงว่าตรงนี้มันอ่อนลงแล้วครับอาจารย์

พระอาจารย์ –  จนกว่าสัจจาธิษฐานจะเป็นขั้นปรมัตถ์ คือมันอยู่ในเลือดเนื้อเชื้อไขเลยน่ะ


โยม –  นี่พอความเจ็บปวด เจ็บป่วยมาแล้วก็หยุดไปสิบสี่วัน รู้สึกผิดพลาด ...แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมก็กลับขึ้นมาใหม่

พระอาจารย์ –  ล้มแล้วก็ลุก


โยม –  ครับอาจารย์ ผมก็คิดว่าคงทำได้ไม่ยากครับ เพราะเคยทำมาแล้ว

พระอาจารย์ –  เพียงแต่เหล่านี้ท่านเรียกว่าเนิ่นช้า นี่คือความเนิ่นช้า


โยม –  มันเหมือนมีกรรมมาตัด แล้วก็มารมันมาหลอก มาขวางอย่างนี้ ผมก็อดทน แล้วค่อยปั้นขึ้นมาใหม่ครับ

พระอาจารย์ –  รวบรวมขึ้นมาใหม่ รวบรวมศีลขึ้นมาใหม่ รวบรวมสติ ...ด้วยสติก่อน แล้วก็รวบรวมสมาธิขึ้นมา..ด้วยศีล อย่าไปหาสมาธิจากที่อื่น นอกจากกาย ค่อยๆ รวบรวมมาเป็นลำดับ

แล้วมันจะค่อยๆ ก่อขึ้นมา กายก็ก่อหวอดขึ้นมาชัดเจนขึ้น ใจก็ก่อหวอดขึ้นมาเป็นสมาธิตั้งมั่นขึ้น มันจะค่อยๆ เป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่ว่ามันจะมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ ตามลำดับ


โยม –  ครับ ก็พยายามเห็นลำดับมันบ้างครับ

พระอาจารย์ –  แต่ที่สำคัญคือเมื่อไปถึงลำดับที่มันมั่นคงแล้วนี่ มันจะมีกิเลสตัวนึงคือตายใจ


โยม –  เดี๋ยวก็ไปว่ากันเลยตรงนั้น ตอนนี้ยังไปไม่ถึงเลยอาจารย์ พอเข้ามาอย่างนี้ปึ๊บนี่ ยังถูกปิดตลอด

พระอาจารย์ –  นั่นน่ะ ค่อยๆ ก่อหวอดขึ้นมา ค่อยเป็นไป อย่าเร่งรัด อย่ารีบร้อน แล้วมันจะค่อยๆ มั่นคง มีความมั่นคงแบบเสถียร


โยม –  ตอนนี้ไม่รีบแล้วอาจารย์ ผมค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ศึกษาแล้ว

พระอาจารย์ –  เพราะนั้นแต่ก่อนที่มันรีบเร่งน่ะ โดยกิเลสล้วนๆ โดยความอยากแห่งเราล้วนๆ


โยม –  ครับอาจารย์ ตอนนี้ก็เข้าใจอะไรมากขึ้น มาฝึกกับอาจารย์ก็เกือบห้าปีแล้ว ยังไม่ได้เป็นชิ้นอันอะไรขึ้นมาเลย แต่ก็คิดว่า..

พระอาจารย์ –  พอให้มองเห็นลู่ทาง แค่มันมองเห็นลู่ทางนี่ก็เรียกว่าควรแล้ว


โยม –  แต่มันเปลี่ยนไปมากเลยอาจารย์ ชัดเจนกว่าเดิมเยอะเลย ลู่ทางอะไรนี่ ...รู้ว่ามันต้องอดทนนะ ต้องค่อยเพียรไปทีละเล็กทีละน้อยอะไรอย่างนี้ อย่าไปหวังอะไรที่มันไกลตัวอย่างนี้ครับ

พระอาจารย์ –  ไม่งั้นมันจะเป็นพวกอริยะแต่งตั้งน่ะ


โยม –  (หัวเราะ) โห อริเยอะอาจารย์ มีอริรอบตัวเลย

พระอาจารย์ –  แต่งตั้งกันไป แต่งตั้งกันมาง่ายๆ  เพราะนั้น...ทำเอง แล้วจะรู้เลยว่า ไม่ใช่ง่ายๆ


โยม –  ไม่มีทางเลยอาจารย์ เราว่าไม่อ่อนแล้วนะ มันก็โอะ ยากจริงๆ แต่ก็อดทนเอา ก็ถือว่ายังอาศัยว่ามีครูอาจารย์อยู่ ท่านคงจะเฆี่ยนให้แหละถ้าผิดแย่มากอะไร หรือยังอ่อนอยู่ก็ตบๆ ไปก่อน

เดี๋ยวจะกลับมาฝึกอิริยาบถสามเหมือนเก่าแล้วครับ อาจารย์ ตอนแรกว่าจะเป็นวันนี้เลย

พระอาจารย์ –  พักขันธ์พักกายบ้างไม่เป็นไร


โยม –  ก็เลยนี่สลับกันอยู่ สองใจว่า เอาพุธหน้าหรือพุธนี้อยู่ครับอาจารย์

พระอาจารย์ –  ให้มันแข็งแรงดีก่อน


โยม –  ครับ เดี๋ยวเป็นพุธหน้าแล้วกันอาจารย์

พระอาจารย์ –  อย่าไปหักโหมมาก เพราะยังไม่ใช่เวลาที่ถึงขั้นอุกฤษฏ์


โยม –  ผมคิดว่าผมไม่ต้องอุกฤษฏ์มาก ฝึกให้มันนุ่มนวล

พระอาจารย์ –  ยัง มันยังไม่ถึงขั้นนั้น เมื่อถึงขั้นนั้นแล้วมันจะรู้เอง ว่ามันจะเป็นตามนั้น


โยม –  ผมก็รู้ว่ามันข้ามขั้นนะอาจารย์ แต่ว่ามันเหมือนกับ...ยอมกิเลสไปเรื่อยๆ น่ะ เอ้า ผมก็เลยฝึก

พระอาจารย์ –  ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นการชิมลางได้  แต่ว่าอย่าไปหมายมั่นว่าจะต้องได้ประมาณนั้นประมาณนี้นะ ...ถือว่าเป็นการทรมานกิเลส


โยม –  ครับ ไม่ได้หมายมั่นแล้วครับ ตั้งอธิษฐานไปอย่างนั้น เล็กๆ น้อยๆ ครับอาจารย์

พระอาจารย์ –  ก็ทรมานกิเลส ทรมานตัวเรา ก็เรียกว่าทรมานู กิเลส ...กิเลสคือความรู้สึกแห่งเรานั่นแหละ ที่มันไม่ชอบ ที่มันอิงแอบขันธ์ อิงแอบกายเป็นขันธ์ของมัน

เนี่ย แล้วมันไม่ชอบเมื่อทำให้กายนี้ต้องมีอันไม่ได้เป็นอย่างที่เราต้องการ เท่านั้น ...นี่เขาเรียกว่าทรมานู กิเลสแห่งเรา ที่มาแอบอ้างกายเป็นของมัน


โยม –  ก็เดี๋ยวให้แข็งแรงอีกสักอาทิตย์นึงน่าจะได้แล้วครับอาจารย์ ค่อยๆ เดินจงกรมขึ้นมาได้นิดๆ หน่อยๆ แล้วครับ ...เล็กน้อยเองครับอาจารย์ คือถึงจะทำรูปแบบอะไรก็แล้วแต่ แต่ใจมันยังไม่ค่อยถูกครับอาจารย์ กำลังปรับค่อยเป็นค่อยไป

พระอาจารย์ –  ก็ดูไปเถอะ กายมันไม่เมื่อย มันไม่หิวหรอก เราต่างหากที่เมื่อยที่หิว นี่ พยายามดูให้เห็นว่ากายจริงๆ มันเมื่อยมันหิวมั้ย หรือว่าใครเมื่อยใครหิวกันแน่


โยม –  ตอนที่มันตั้งมันก็เห็นอาจารย์ เห็นถูกต้องทุกอย่างเลย

พระอาจารย์ –  แล้วเป็นไง พอเจอของจริงขึ้นมา


โยม –  พอมันสลับปุ๊บเดียว โดนปิดหมดแล้ว

พระอาจารย์ –  มันพลิก จิตมันพลิกไปทางฝั่งกิเลส ...กว่าจะพลิกตัวกลับมาฝั่งศีล มันก็เหมือนกับเรือเกลือน่ะ อืดอาด แล้วก็ไม่คล่องแคล่ว เข้าใจมั้ย มันไม่มีความคล่องแคล่วว่องไว


โยม –  ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนฝึกแบบสบายๆ อาจารย์ แต่มีสมาธิเยอะกว่านี้เยอะเลย แล้วก็ยาวนานกว่า  ทุกวันนี้เราฝึกแบบมากขึ้นอะไรอย่างนี้ ให้มันหนักหน่วงขึ้น เหมือนกับว่าใจมันยังไม่ถูก 

ผมก็กำลังปรับวิธีให้มันสอดคล้องกันอยู่ครับ คือใจต้องห้ามลืมตัวเลย ไม่งั้นมันก็พลาดตลอด เหมือนทำแบบนกแก้วนกขุนทองน่ะอาจารย์ มันไม่มีประโยชน์อะไร กำลังปรับ ...ใช้เวลา อาจจะเป็นปีครับอาจารย์

พระอาจารย์ –  ต้องหาไอ้จุดที่มันถลำ ถลำออกนอกตัวไปโดยที่ไม่รู้ตัวนี่ เอาให้เห็นจุดนั้น ให้ทันจุดนั้นก่อน แล้วก็เวลามันเริ่มถลำเข้าไป

พอจับจุดได้ว่ามันเริ่มถลำตรงตอนนี้ ตรงลักษณะนี้ ตรงลักษณะที่มีการกระทบอย่างนี้ ลักษณะที่เวทนาอย่างนี้ แล้วมันมีการถลำเข้าไปในขันธ์ ...คือกิเลสน่ะมันพร้อมที่จะสร้างขันธ์มารออยู่แล้ว


โยม –  มันถลำเป็นส่วนมากเลยอาจารย์ มันก็เลยไม่เห็น ต้องให้ได้ตั้งเนื้อตั้งตัวให้ได้สักหน่อยนึงอาจารย์

พระอาจารย์ –  มันลื่นไหลออกไปเหมือนกับไม่รู้ตัวเลย มันแนบเนียน เข้าใจคำว่ากิเลสมันแนบเนียนมั้ย


โยม –  ผมก็พยายามฝึกอยู่ ผมไม่ค่อยกล้ามาส่งการบ้านอะไรหรอกครับ เพราะว่าก็รู้ตัวเองอยู่แล้ว

พระอาจารย์ –  จนกว่ามันจะตั้งมั่น คือพยายามตั้งมั่นไปเรื่อยๆ ทีนี้มันจะเป๊ะ


โยม –  นี่ผมตั้งใจว่าจะให้เป๊ะเลยอาจารย์

พระอาจารย์ –  มันต้องเป๊ะเลยว่า กายใจแค่นี้นะ ถลำปึ๊บ เคลื่อนออกแค่จุดนึงนี่ จุดทศนิยมนึง พึ่บเลย


โยม –  กะว่าถ้าเป๊ะเมื่อไหร่ก็ให้อาจารย์อัดต่อแบบว่าไม่ให้มันนั่น...

พระอาจารย์ –  บ่ม ค่อยๆ บ่มไป


โยม –  ครับ ผมจะบ่มไปเรื่อยๆ จนถึงแบบนั้น

พระอาจารย์ –  จนกว่ามันจะเป๊ะ แล้วก็รักษาความเป๊ะไว้


โยม –  พอเป๊ะปุ๊บ เดี๋ยวมันจะเริ่มประมาทแล้ว เดี๋ยวค่อยเข้ามาอีกทีให้อัดอีกทีนึง ให้เห็นเลยว่าไม่ควรอย่างยิ่งเลย ก็ยังหวังอยู่อาจารย์ว่าจะทำให้ก้าวหน้าขึ้น

พระอาจารย์ –  ช่วยกัน...สองคน ต่างคนต่างทำ


โยม –  เขาก็ได้นิดๆ หน่อยๆ อาจารย์

พระอาจารย์ –  เอาเหอะ ขอให้มีเจตนารมณ์ไว้ อย่าให้ท้อ 

อย่าปล่อยให้อยู่สบายๆ อย่าปล่อยให้กิเลสมันอยู่แบบสบายๆ ต้องลงแส้เฆี่ยน ลงไม้ลงมือกับมันบ้าง ...อย่าไปเห็นแก่นิดๆ หน่อยๆ ให้กิเลสมันมีอำนาจบาตรใหญ่



................................




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น