พระอาจารย์
16/27 (571001C)
(แทร็กชุดต่อเนื่อง)
1 ตุลาคม 2557
(ช่วง 2)
(หมายเหตุ : ต่อจากแทร็ก 16/27 ช่วง 1
พระอาจารย์ – ปฏิบัติไปเรื่อยๆ น่ะ มันสามารถประเมินตัวเองได้
แล้วมันสามารถรู้เลยว่า จะแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเองอย่างไร มันต่ำทางศีล ต่ำทางสติ
ต่ำทางสมาธิแค่ไหน และมันจะต้องเข้มงวดในส่วนไหนมากกว่าส่วนไหน
โยม – มันก็พอเห็นทางครับอาจารย์
แต่ความขี้เกียจมันมากเกินไป ความประมาทพวกนี้ อะไรในแง่นี้ มันก็ลำบากใจ
ก็เป็นอย่างนี้ครับ ก็พยายามอยู่
พระอาจารย์ – ค่อยเป็นไป อย่าทิ้งเจตนารมณ์แค่นั้นเอง
ไอ้ตัวเจตนารมณ์นี่ อีกภาษาหนึ่งเขาเรียกว่าสัจจาธิษฐานนั่นเอง
โยม – แสดงว่าตรงนี้มันอ่อนลงแล้วครับอาจารย์
พระอาจารย์ – จนกว่าสัจจาธิษฐานจะเป็นขั้นปรมัตถ์
คือมันอยู่ในเลือดเนื้อเชื้อไขเลยน่ะ
โยม – นี่พอความเจ็บปวด
เจ็บป่วยมาแล้วก็หยุดไปสิบสี่วัน รู้สึกผิดพลาด ...แต่ไม่เป็นไร
เดี๋ยวผมก็กลับขึ้นมาใหม่
พระอาจารย์ – ล้มแล้วก็ลุก
โยม – ครับอาจารย์ ผมก็คิดว่าคงทำได้ไม่ยากครับ
เพราะเคยทำมาแล้ว
พระอาจารย์ – เพียงแต่เหล่านี้ท่านเรียกว่าเนิ่นช้า
นี่คือความเนิ่นช้า
โยม – มันเหมือนมีกรรมมาตัด แล้วก็มารมันมาหลอก
มาขวางอย่างนี้ ผมก็อดทน แล้วค่อยปั้นขึ้นมาใหม่ครับ
พระอาจารย์ – รวบรวมขึ้นมาใหม่ รวบรวมศีลขึ้นมาใหม่ รวบรวมสติ
...ด้วยสติก่อน แล้วก็รวบรวมสมาธิขึ้นมา..ด้วยศีล อย่าไปหาสมาธิจากที่อื่น นอกจากกาย
ค่อยๆ รวบรวมมาเป็นลำดับ
แล้วมันจะค่อยๆ ก่อขึ้นมา
กายก็ก่อหวอดขึ้นมาชัดเจนขึ้น ใจก็ก่อหวอดขึ้นมาเป็นสมาธิตั้งมั่นขึ้น มันจะค่อยๆ
เป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่ว่ามันจะมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ ตามลำดับ
โยม – ครับ ก็พยายามเห็นลำดับมันบ้างครับ
พระอาจารย์ – แต่ที่สำคัญคือเมื่อไปถึงลำดับที่มันมั่นคงแล้วนี่
มันจะมีกิเลสตัวนึงคือตายใจ
โยม – เดี๋ยวก็ไปว่ากันเลยตรงนั้น ตอนนี้ยังไปไม่ถึงเลยอาจารย์
พอเข้ามาอย่างนี้ปึ๊บนี่ ยังถูกปิดตลอด
พระอาจารย์ – นั่นน่ะ ค่อยๆ ก่อหวอดขึ้นมา ค่อยเป็นไป
อย่าเร่งรัด อย่ารีบร้อน แล้วมันจะค่อยๆ มั่นคง มีความมั่นคงแบบเสถียร
โยม – ตอนนี้ไม่รีบแล้วอาจารย์ ผมค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ศึกษาแล้ว
พระอาจารย์ – เพราะนั้นแต่ก่อนที่มันรีบเร่งน่ะ โดยกิเลสล้วนๆ
โดยความอยากแห่งเราล้วนๆ
โยม – ครับอาจารย์ ตอนนี้ก็เข้าใจอะไรมากขึ้น มาฝึกกับอาจารย์ก็เกือบห้าปีแล้ว
ยังไม่ได้เป็นชิ้นอันอะไรขึ้นมาเลย แต่ก็คิดว่า..
พระอาจารย์ – พอให้มองเห็นลู่ทาง
แค่มันมองเห็นลู่ทางนี่ก็เรียกว่าควรแล้ว
โยม – แต่มันเปลี่ยนไปมากเลยอาจารย์
ชัดเจนกว่าเดิมเยอะเลย ลู่ทางอะไรนี่ ...รู้ว่ามันต้องอดทนนะ ต้องค่อยเพียรไปทีละเล็กทีละน้อยอะไรอย่างนี้
อย่าไปหวังอะไรที่มันไกลตัวอย่างนี้ครับ
พระอาจารย์ – ไม่งั้นมันจะเป็นพวกอริยะแต่งตั้งน่ะ
โยม – (หัวเราะ) โห อริเยอะอาจารย์ มีอริรอบตัวเลย
พระอาจารย์ – แต่งตั้งกันไป แต่งตั้งกันมาง่ายๆ เพราะนั้น...ทำเอง
แล้วจะรู้เลยว่า ไม่ใช่ง่ายๆ
โยม – ไม่มีทางเลยอาจารย์ เราว่าไม่อ่อนแล้วนะ
มันก็โอะ ยากจริงๆ แต่ก็อดทนเอา ก็ถือว่ายังอาศัยว่ามีครูอาจารย์อยู่
ท่านคงจะเฆี่ยนให้แหละถ้าผิดแย่มากอะไร หรือยังอ่อนอยู่ก็ตบๆ ไปก่อน
เดี๋ยวจะกลับมาฝึกอิริยาบถสามเหมือนเก่าแล้วครับ อาจารย์ ตอนแรกว่าจะเป็นวันนี้เลย
เดี๋ยวจะกลับมาฝึกอิริยาบถสามเหมือนเก่าแล้วครับ อาจารย์ ตอนแรกว่าจะเป็นวันนี้เลย
พระอาจารย์ – พักขันธ์พักกายบ้างไม่เป็นไร
โยม – ก็เลยนี่สลับกันอยู่ สองใจว่า
เอาพุธหน้าหรือพุธนี้อยู่ครับอาจารย์
พระอาจารย์ – ให้มันแข็งแรงดีก่อน
โยม – ครับ เดี๋ยวเป็นพุธหน้าแล้วกันอาจารย์
พระอาจารย์ – อย่าไปหักโหมมาก เพราะยังไม่ใช่เวลาที่ถึงขั้นอุกฤษฏ์
โยม – ผมคิดว่าผมไม่ต้องอุกฤษฏ์มาก ฝึกให้มันนุ่มนวล
พระอาจารย์ – ยัง มันยังไม่ถึงขั้นนั้น
เมื่อถึงขั้นนั้นแล้วมันจะรู้เอง ว่ามันจะเป็นตามนั้น
โยม – ผมก็รู้ว่ามันข้ามขั้นนะอาจารย์
แต่ว่ามันเหมือนกับ...ยอมกิเลสไปเรื่อยๆ น่ะ เอ้า ผมก็เลยฝึก
พระอาจารย์ – ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นการชิมลางได้ แต่ว่าอย่าไปหมายมั่นว่าจะต้องได้ประมาณนั้นประมาณนี้นะ ...ถือว่าเป็นการทรมานกิเลส
โยม – ครับ ไม่ได้หมายมั่นแล้วครับ
ตั้งอธิษฐานไปอย่างนั้น เล็กๆ น้อยๆ ครับอาจารย์
พระอาจารย์ – ก็ทรมานกิเลส ทรมานตัวเรา ก็เรียกว่าทรมานู
กิเลส ...กิเลสคือความรู้สึกแห่งเรานั่นแหละ ที่มันไม่ชอบ ที่มันอิงแอบขันธ์
อิงแอบกายเป็นขันธ์ของมัน
เนี่ย แล้วมันไม่ชอบเมื่อทำให้กายนี้ต้องมีอันไม่ได้เป็นอย่างที่เราต้องการ เท่านั้น ...นี่เขาเรียกว่าทรมานู กิเลสแห่งเรา ที่มาแอบอ้างกายเป็นของมัน
โยม – ก็เดี๋ยวให้แข็งแรงอีกสักอาทิตย์นึงน่าจะได้แล้วครับอาจารย์
ค่อยๆ เดินจงกรมขึ้นมาได้นิดๆ หน่อยๆ แล้วครับ ...เล็กน้อยเองครับอาจารย์
คือถึงจะทำรูปแบบอะไรก็แล้วแต่ แต่ใจมันยังไม่ค่อยถูกครับอาจารย์
กำลังปรับค่อยเป็นค่อยไป
พระอาจารย์ – ก็ดูไปเถอะ กายมันไม่เมื่อย มันไม่หิวหรอก
เราต่างหากที่เมื่อยที่หิว นี่ พยายามดูให้เห็นว่ากายจริงๆ มันเมื่อยมันหิวมั้ย
หรือว่าใครเมื่อยใครหิวกันแน่
โยม – ตอนที่มันตั้งมันก็เห็นอาจารย์
เห็นถูกต้องทุกอย่างเลย
พระอาจารย์ – แล้วเป็นไง พอเจอของจริงขึ้นมา
โยม – พอมันสลับปุ๊บเดียว โดนปิดหมดแล้ว
พระอาจารย์ – มันพลิก จิตมันพลิกไปทางฝั่งกิเลส ...กว่าจะพลิกตัวกลับมาฝั่งศีล มันก็เหมือนกับเรือเกลือน่ะ อืดอาด
แล้วก็ไม่คล่องแคล่ว เข้าใจมั้ย มันไม่มีความคล่องแคล่วว่องไว
โยม – ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนฝึกแบบสบายๆ อาจารย์
แต่มีสมาธิเยอะกว่านี้เยอะเลย แล้วก็ยาวนานกว่า ทุกวันนี้เราฝึกแบบมากขึ้นอะไรอย่างนี้ ให้มันหนักหน่วงขึ้น
เหมือนกับว่าใจมันยังไม่ถูก
ผมก็กำลังปรับวิธีให้มันสอดคล้องกันอยู่ครับ
คือใจต้องห้ามลืมตัวเลย ไม่งั้นมันก็พลาดตลอด เหมือนทำแบบนกแก้วนกขุนทองน่ะอาจารย์
มันไม่มีประโยชน์อะไร กำลังปรับ ...ใช้เวลา อาจจะเป็นปีครับอาจารย์
พระอาจารย์ – ต้องหาไอ้จุดที่มันถลำ
ถลำออกนอกตัวไปโดยที่ไม่รู้ตัวนี่ เอาให้เห็นจุดนั้น ให้ทันจุดนั้นก่อน
แล้วก็เวลามันเริ่มถลำเข้าไป
พอจับจุดได้ว่ามันเริ่มถลำตรงตอนนี้
ตรงลักษณะนี้ ตรงลักษณะที่มีการกระทบอย่างนี้ ลักษณะที่เวทนาอย่างนี้
แล้วมันมีการถลำเข้าไปในขันธ์ ...คือกิเลสน่ะมันพร้อมที่จะสร้างขันธ์มารออยู่แล้ว
โยม – มันถลำเป็นส่วนมากเลยอาจารย์ มันก็เลยไม่เห็น
ต้องให้ได้ตั้งเนื้อตั้งตัวให้ได้สักหน่อยนึงอาจารย์
พระอาจารย์ – มันลื่นไหลออกไปเหมือนกับไม่รู้ตัวเลย
มันแนบเนียน เข้าใจคำว่ากิเลสมันแนบเนียนมั้ย
โยม – ผมก็พยายามฝึกอยู่ ผมไม่ค่อยกล้ามาส่งการบ้านอะไรหรอกครับ
เพราะว่าก็รู้ตัวเองอยู่แล้ว
พระอาจารย์ – จนกว่ามันจะตั้งมั่น คือพยายามตั้งมั่นไปเรื่อยๆ
ทีนี้มันจะเป๊ะ
โยม – นี่ผมตั้งใจว่าจะให้เป๊ะเลยอาจารย์
พระอาจารย์ – มันต้องเป๊ะเลยว่า กายใจแค่นี้นะ ถลำปึ๊บ
เคลื่อนออกแค่จุดนึงนี่ จุดทศนิยมนึง พึ่บเลย
โยม – กะว่าถ้าเป๊ะเมื่อไหร่ก็ให้อาจารย์อัดต่อแบบว่าไม่ให้มันนั่น...
พระอาจารย์ – บ่ม ค่อยๆ บ่มไป
โยม – ครับ ผมจะบ่มไปเรื่อยๆ จนถึงแบบนั้น
พระอาจารย์ – จนกว่ามันจะเป๊ะ แล้วก็รักษาความเป๊ะไว้
โยม – พอเป๊ะปุ๊บ เดี๋ยวมันจะเริ่มประมาทแล้ว
เดี๋ยวค่อยเข้ามาอีกทีให้อัดอีกทีนึง ให้เห็นเลยว่าไม่ควรอย่างยิ่งเลย …ก็ยังหวังอยู่อาจารย์ว่าจะทำให้ก้าวหน้าขึ้น
พระอาจารย์ – ช่วยกัน...สองคน ต่างคนต่างทำ
โยม – เขาก็ได้นิดๆ หน่อยๆ อาจารย์
พระอาจารย์ – เอาเหอะ ขอให้มีเจตนารมณ์ไว้ อย่าให้ท้อ
อย่าปล่อยให้อยู่สบายๆ อย่าปล่อยให้กิเลสมันอยู่แบบสบายๆ ต้องลงแส้เฆี่ยน
ลงไม้ลงมือกับมันบ้าง ...อย่าไปเห็นแก่นิดๆ หน่อยๆ ให้กิเลสมันมีอำนาจบาตรใหญ่
................................

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น